25 กุมภาพันธ์ 2558

ชีวิตประจำวันชาวอียิปต์

ชีวิตของชาวอียิปต์ใกล้ชิดกับลุ่มน้ำไนล์ แม่น้ำไนล์มีความหมายในการโอบอุ้มค้ำจุนชาวอียิปต์โบราณท่ามกลางถิ่นกันดารแห้งแล้งโดยรอบ แม่น้ำไนล์เป็นเทพผู้ให้ชีวิตและเป็นแหล่งทรัพยากรเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตให้แก่ชาวอียิปต์ แม่น้ำไนล์ไหลผ่านบริเวณดินแดนทอดยาวจากใต้สู่เหนือ สองฝั่งน้ำมีแต่ความเขียวชอุ่มและความอุดม เป็นหลักสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันของชาวอียิปต์
          ชีวิตประจำวันของอียิปต์โบราณหมุนเวียนไปตามแม่น้ำไนล์และดินแดนอุดมสองฝั่ง น้ำหลากประจำปีนำความอุดมมาให้ดิน เมื่อมีการเพาะปลูกก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้มาก สร้างความมั่งคั่งให้แก่คนที่อยู่ดินแดนนี้

          ชาวอียิปต์โบราณสร้างบ้านพักอาศัยด้วยโคลนหรืออิฐตากแห้งซึ่งได้มาจากแม่น้ำไนล์ ชาวอียิปต์ได้อาศัยที่ดินสองฝั่งน้ำทำไร่ทำนา ปลูกพืชเพื่อเป็นอาหาร ขาย ใช้ในการดำรงชีพ ผลผลิตเหล่านี้ได้นำไปสู่ตัวเมืองหรือหมู่บ้านต่าง ๆ  เพื่อแลกเปลี่ยนกับอาหารและสินค้าสิ่งที่ตนผลิตไม่ได้ แน่นอน การขนส่งเคลื่อนย้ายในระยะทางที่ยาวไกลต้องอาศัยแม่น้ำไนล์

ชาวอียิปต์โบราณมีอาชีพแตกต่างกัน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพชาวนา ช่าง อาลักษณ์ สถาปนิก ฯลฯ บางทีมีคนรวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แล้วทำงานรับจ้างราชตระกูล คนชั้นสูงเป็นคนกลุ่มน้อย แต่คนทั้งหมดนี้ได้ประกอบกันเป็นประชากรชาวอียิปต์
ความเป็นอยู่ในการดำเนินชีวิตของอียิปต์โบราณมีความแตกต่างกันอย่างเด่นชัดในมาตรฐานการครองชีพ พิจารณาได้จากบ้าน เสื้อผ้า อาหาร คนรับใช้ หรือทาส  ชาวอียิปต์โบราณจากครอบครัวร่ำรวยที่สุดไปจนถึงจนที่สุด ทุกคนเคร่งในศาสนาและทำตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ครอบครัวมีความสำคัญสูงสุดต่อชาวอียิปต์โบราณ ทั้งพ่อแม่ บุตร ปู่ย่า ตายาย พี่ป้า น้าอาว์ และญาติพี่น้อง ถือว่าความภักดีและการเคารพเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เด็ก ๆ จะมุ่งไปที่ความสนุก สตรีในสังคมชนชั้นล่างจะดูแลลูก ๆ ของตน ปรุงอาหาร  และทำความสะอาดบริเวณที่ครอบครัวต้องใช้สอย
ทาสต้องวิ่งวุ่นในการรับใช้ซึ่งเป็นวิถีชีวิตหนึ่งของชีวิตชาวอียิปต์โบราณ สตรีที่ได้รับการศึกษามีน้อย แต่เธอมีความเสมอภาคในโลกธุรกิจ สามารถดำเนินธุรกิจ ด้านกฎหมายและการลงโทษ สตรีมีสิทธิเช่นเดียวกับชาย ทางด้านการเมือง บทพิสูจน์ยังไม่ปรากฏเด่นชัด
หนุ่มสาวเริ่มต้นฝึกหัด เรียนรู้การค้าหรือศิลปะจากผู้อาวุโสหรือมืออาชีพ เด็กสาวเรียนรู้จากแม่ที่บ้าน ผู้ที่มีฐานะดีก็สามารถส่งบุตรชายเข้าเรียนในโรงเรียนจากอายุ ๗ ปี เรียนรู้คณิตศาสตร์ อ่าน เขียน และศาสนา
เด็กหญิงจากครอบครัวยากจนแต่งงานได้ตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี เด็กชายแต่งงานได้เมื่ออายุหลังจาก๑๒ เล็กน้อย เด็กหญิงจากครอบครัวที่มั่งคั่งแต่งงานหลังอายุ ๑๒ ปี และน้อยคนที่จะเลือกคู่ครองด้วยตนเอง การแต่งงานของฟาโรห์แบบมากเมียถือว่าเป็นเรื่องปกติ
“หมั้น” เป็นสัญญาก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น ซึ่งยอมให้สามีจ่ายสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ภรรยาก่อนได้ สิ่งใดก็ตามที่ภรรยาได้รับและนำไปยังเรือนหอของเธอสิ่งนั้นต้องตกเป็นของเธอ การหย่าเป็นเรื่องที่กระทำได้ในสังคมอียิปต์โบราณ
เราเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัวชาวอียิปต์โบราณจากซากเหยือก ชาม ทัพพี กระทะ หม้อ เครื่องกวน และ ตะแกรง ที่พบในสุสาน จานทำจากดินเหนียว ครอบครัวที่ร่ำรวยมีข้าวของเครื่องใช้ทำด้วยทอง เงิน และบรอนส์
ความฟุ่มเฟือยเป็นส่วนเพิ่มเติมเต็มของขาวอียิปต์โบราณ เข่นเครื่องสำอาง มีการใช้ครีม โลชั่น ครีมทำด้วยของหอม มะนาว (lime)และน้ำมัน น้ำมันหอมใช้กันในชีวิตประจำวัน มีการทาริมฝีปาก ทาเล็บ และแก้ม
การล่าสัตว์มีทั้งเพื่อเป็นอาหารและเพื่อความบันเทิง เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ละสมัยมีกิจกรรมการบริหารและแสดงละคร
          เพื่อให้เห็นบรรยากาศเปรียบเทียบชีวิตประจำวันของชนชั้นสูง ซึ่งในที่นี้จะเรียกว่าขุนนาง กับประชาชนทั่วไป โดยใช้ขาวนาเป็นตัวแทน ด้วยการนำเข้าสู่บรรยากาศชีวิตประจำวันของอียิปต์โบราณได้ ดังนี้
          ชีวิตประจำวันของขุนนาง
วันที่แจ่มใสวันหนึ่งในอียิปต์โบราณ ชนชั้นสูงติดขึ้นมาบนเตียงที่คลุมด้วยผ้าลินินเนื้อละเอียด เขาลืมตาแล้วมองไปรอบ ๆ ห้องนอน เขาเห็นตู้เก็บเสื้อผ้า กล่องเครื่องสำอางของภรรยา และตะเกียงสำหรับให้แสงสว่างในยามเย็น ความคิดของเขาถูกรบกวนจากผู้รับใช้ที่เข้ามาช่วยเขาล้างหน้าและโกนหนวด แล้วขุนนางก็แต่งตัวในชุดกระโปรงสั้นที่ทอจากผ้าลินินเนื้อละเอียดและร้องเท้าแตะทำด้วยหนัง ในขณะที่ภรรยาของเขาตื่น นางล้างหน้าและแต่งกายด้วยการช่วยของผู้รับใช้อีกคนหนึ่ง ภรรยาของขุนนางแต่งกายด้วยผ้าลินินเนื้อละเอียดและประดับอัญมณีทำด้วยแก้ว นางใช้เครื่องแต่งหนังตาบ้าง แล้วลงไปชั้นล่าง
ขุนนางและภรรยากินอาหารขนมปังและผลไม้เล็กน้อย ทั้งสองนั่งบนเบาะรองนั่งและกินจากโต๊ะเตี้ย ๆ แล้ว ขุนนางก็ออกจากบ้านเพื่อไปสั่งงานทั่วที่ดินของตนทั้งหมด คนที่ดูแลที่ดินของขุนนางบอกแก่ขุนนางว่าการเก็บเกี่ยวสำหรับปีนี้ควรทำได้แล้ว เขายังบอกขุนนางถึงว่า ก่อนหน้านี้มีปสุสัตว์และห่านที่นับได้ในทุ่งมีกี่ตัว ขุนนางพอใจ พวกคนดูแลที่ดินได้รับส่วนแบ่งอาหาร ขนมปังและเบียร์
ภรรยาของขุนนางแนะนำหารเตรียมงานเลี้ยงที่ตนเป็นเจ้าภาพในเย็นนั้น ผู้รับใช้ให้บุตรของนางแต่งตัวและกินอาหาร แล้วนำมาให้นาง เริ่มตอนบ่าย ภรรยาของขุนนางออกไปยังสวนเพื่อหนีอากาศร้อน นางสบายใจใต้ร่มเงาต้นไม้ในขณะที่เฝ้าดูเด็กสนุกกับของเล่น บ่ายแก่ ๆ ภรรยาของขุนนางเริ่มเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงตอนเย็น คนรับใช้แปรงและม้วนผมปลอมที่นางชื่นชอบ นางนำเสื้อผ้าสวยที่สุดกับเครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำและหินกึ่งรัตนชาติ
ขุนนางกลับบ้านและพร้อมสำหรับงานเลี้ยง แล้วเขากับภรรยาก็ต้อนรับแขกที่มาถึง แขกที่มามอบกรวยเทียนหอมและดอกบัวโดยสาวใช้ ทุกคนรับประทานอาหารด้วยเนื้อวัว ขนมปัง ไวน์ มะเดื่อ และอินทผาลัม พวกเขาบันเทิงจากดนตรีและระบำสาว เมื่อเย็นย่ำสิ้นสุดลง สองสามีภรรยาก็กล่าวอำลาแขก เสร็จแล้วเข้านอน
ชีวิตประจำวันของชาวนา
วันที่แจ่มใสวันหนึ่งในอียิปต์โบราณ ชาวนาตื่นขึ้นมาบนเตียงที่ปูด้วยผ้าลินินเนื้อหยาบ ซึ่งภรรยาของเขาเป็นคนทอ เขาลืมตาและมองไปรอบห้องนอน เขามองเห็นหิ้งที่วางตะกร้าในเสื้อผ้า ชาวนาลุกขึ้นจากเตียง ล้างหน้าและโกนหนวด แล้วเขาสวมกระโปรงสั้นที่ทอด้วยลินินหยาบ และสวมรองเท้าแตะทำจากต้นอ้อ
เมื่อออกไปทำงานชาวนาและคนงานของเขาทิ้งตะกร้าเอาไว้ในวิหาร เป็นที่รวมและเป็นห้องเก็บของ เมื่อกลับมาจากทุ่งในตอนกลางวัน ก็จะร่วมกันรับประทานอาหาร ขนมปัง เนื้อและเบียร์
สำหรับภรรยาชาวนา เมื่อตื่นขึ้นมา เธอล้างหน้าและแต่งตัวท่ามกลางแสงยามเช้า แล้วไปยังห้องถัดไป ปลุกลูก ๆ และเริ่มต้นทำงานบ้าน นางสวมเสื้อผ้าที่ทอจากผ้าลินินหยาบ ๆ  รอบคอนางเป็นเครื่องรางเทพีทาวาเรต (Tawaret) ห้อยด้วยสายเชือกปาปิรัส ภรรยาชาวนาใช้เวลาในกลางวันบดข้าวสาลีและทำขนมปัง ในตอนบ่ายนางเดินไปที่แม่น้ำพร้อมกับลูกเพื่อตักน้ำ ในตอนเย็น นางเตรียมอาหารเย็นที่มีเพียงขนมปัง เนื้อ และเบียร์อันน้อยนิดให้กับครอบครัว
เมื่อนอกบ้านมีความมืดแผ่ซ่านไปมั่ว ชาวนาจุดตะเกียงน้ำมันดวงน้อย เขาและภรรยานำลูกไปนอน เป่าตะเกียงดับและหลับพลัน

อ้างอิงจาก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น