22 มิถุนายน 2552

ความหมายของคำและประโยคในหลักแห่งเหตุผล

คำ (word) คือ สัญลักษณ์ที่แสดงความคิดรวบยอด จินตลักษณ์ หรือ ความคิด เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นได้รับรู้ ในความหมายที่ตรงกัน สัญลักษณ์ดังกล่าว ปกติจะแสดงออกทางวาจาหรือการเขียนที่เราสื่อสารกับผู้อื่นได้ โดยคำเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกของความคิดและการอ้างเหตุผลเท่านั้น แต่ยัง แสดงถึงอารมณ์ คำถาม ความปรารถนา คำสั่ง ฯลฯ คำที่ใช้ในการแสดงเหตุผล ต้องเป็นคำที่แสดงความหมายเดียว (หรือต้องตกลงกันว่าจะใช้ในความหมายใด ซึ่งเราเรียกว่า นิยามศัพท์) คำแบ่งออกเป็นประเภทย่อย คือ
๑. คำมีความหมายเดียว (univocal words) คือ คำพื้นฐานที่ทุกคน แปลความหมายตรงกัน เช่น ป่า ภูเขา แม่น้ำ ช้าง ข้าว เป็น คำประเภทเดียว ที่ใช้เป็นประธานหรือส่วนขยายในญัตติหรือประโยคตรรกะได้
๒. คำที่มีมากกว่าหนึ่งความหมาย (equivocal words) คือ คำที่เมื่อ อยู่โดด ๆ แล้วสามารถแปลความหมายได้มากกว่า ๑ ความหมาย แม้ในบางบริบท ก็อาจแปลความได้มากกว่า ๑ ความหมาย เช่น ขัน หมายถึง 
ก) ภาชนะสำหรับตักน้ำ  
ข) อาการ ร้องอย่างหนึ่งของไก่ 
ฃ) อาการหัวเราะแบบหนึ่งของคน  
ง) อาการกวดบิดเชือกที่ผูกสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้แน่น 
คำเหล่านี้ใช้เป็นประธานหรือส่วนขยายของประโยคตรรกะ หรือญัตติได้ก็ต่อเมื่อมีการกำหนดหรือนิยามความหมายที่แน่นอนเอาไว้ คือ ต้องจำกัดให้เหลือเพียงความหมายเดียว
๓. คำที่มีความหมายคล้ายกัน (analogous words) คือ คำที่อาจ นำมาใช้แทนกันได้ โดยความหมายไม่เปลี่ยนหรือ มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น หัวหน้า ผู้นำ ประธาน หรือ กิน รับประทาน เสวย หรือ มโน จิต วิญญาณ
แต่คำที่ใช้ในการอ้างเหตุผลหรือการพิสูจน์ต้องเป็นคำที่มีความหมายเดียว ในทางตรรกวิทยาเรียกว่า เทอม (term) แต่เทอมมีลักษณะที่กว้างกว่าคำ กล่าวคือ เทอม หมายถึง คำหรือกลุ่มคำที่มีความหมายเดียว ใช้ทำหน้าที่เป็นประธานหรือส่วนขยายของประโยคตรรกะ(ญัตติ)ได้ นั่นคือ เทอมอาจ เป็นคำหรือกลุ่มของคำก็ได้ แต่ต้องมีความหมายเดียว หรือกำหนดให้มีความหมาย ในส่วนที่นำมาใช้เพียงความหมายเดียว

คำหลายคำประกอบกันเป็นวลี หรือเป็นประโยค

ประโยค คือ กลุ่มของคำซึ่งสร้างรูปแบบความคิดอันสมบูรณ์ประกอบด้วยประธานและส่วนขยาย ประโยคมีหลายรูปแบบ ในการอ้างเหตุผลจะใช้ประโยคบอกเล่า (Affirmative Sentence) เท่านั้น เนื่องจากแสดงให้เห็นการยอมรับหรือปฏิเสธ ในการพิสูจน์ความจริงได้
การยืนยันหรือปฏิเสธ การอ้างเหตุผลเป็นวิธีการแสดงออกทางความคิด ที่จะยืนยันหรือปฏิเสธ การยืนยัน หมายถึง การนำ ความคิดรวบยอด ๒ ความคิด หรือ ๒ จินตลักษณ์ มาเปรียบเทียบกัน ถ้าสอดคล้องกันก็เป็นการยืนยัน ถ้าไม่สอดคล้องกัน หรือขัดกันก็เป็นการปฏิเสธ
เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ กระบวนการคิดและการยืนยันในการอ้างเหตุผล การศึกษาการแผนผังประกอบ จะช่วยให้การทำความเข้าใจง่ายขึ้น (ดูแผนภาพ จิตกับพุทธิพิสัย)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น