การพิสูจน์ (proof) คือ กระบวนการแสดงใช้หลักฐานมายืนยันสิ่งหนึ่งเพื่อที่จะยอมรับหรือปฏิเสธ ในการพิสูจน์ความจริง ในทางตรรกศาสตร์ มี ๒ วิธี คือ
๑. วิธีนิรนัย (deduction) คือการพิสูจน์ โดยการนำความจริงที่ยอมรับกันแล้วมาใช้เป็นหลัก แล้วนำสิ่ง ที่ต้องการพิสูจน์มาเทียบ ถ้าสอดคล้องกันก็เป็นจริง ถ้าไม่สอดคล้องกันก็เป็นเท็จ ตัวอย่าง เช่น
พระพุทธเจ้าเป็นผู้ให้กำเนิดศาสนา (ข้อความที่ต้องการพิสูจน์ นำมาเทียบ)
เราดูความสอดคล้อง พระพุทธเจ้าเป็นผู้ให้กำเนิดศาสนา และ ผู้ให้กำเนิดศาสนาเป็นศาสดา
ดังนั้น พระพุทธเจ้าเป็นศาสดา (สอดคล้องกัน เป็นจริง)
เหตุที่เป็นจริงเนื่องจากเรายอมรับข้อความ "ผู้ให้กำเนิดศาสนาเป็นศาสดา" จริง ดังนั้น ข้อความใดที่สอดคล้องกับเป็น "ผู้ให้กำเนิดศาสนา" ก็จะต้องเป็นศาสดา
การพิสูจน์นี้อาจมองจากปัจเจก (เฉพาะ) ไปหาสากล หรือ สากลไปหาปัจเจกก็ได้ เช่น
จากปัจเจกไปหาสากล
กระจอกเป็นสัตว์บินได้
สัตว์บินได้เป็นนก
ดังนั้น กระจอกเป็นนก
จากสากลไปหาปัจเจก
สัตว์บินได้เป็นนก
กระจอกเป็นสัตว์บินได้
ดังนั้น กระจอกเป็นนก
๒. วิธีอุปนัย (induction) คือการพิสูจน์ โดยการนำสิ่งที่ได้จากการสัมผัสหรือสังเกตในหลาย ๆ สิ่ง ที่เหมือนกัน แล้วนำมาสรุปเป็นหลัก ผลที่ได้เป็นแนวโน้มที่จะเป็นจริงหรือเท็จ ตัวอย่าง เช่น
น้ำทะเลที่จังหวัดชลบุรี มีรสเค็ม
น้ำทะเลที่จังหวัดเพชรบุรี มีรสเค็ม
น้ำทะเลที่จังหวัดชุมพร มีรสเค็ม
น้ำทะเลที่จังหวัดสงขลา มีรสเค็ม
สรุปได้ว่า น้ำทะเลในอ่าวไทยมีแนวโน้มที่จะมีรสเค็ม
เรายังไม่สรุปได้ว่าน้ำทะเลมีรสเค็มจริง เนื่องจากเรายังไม่ได้ชิมน้ำทะเลทุกแห่ง เราจึงยังสรุปไม่ได้ว่าน้ำทะเลเค็มเป็นจริงทั้งหมด
เหตุผลเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการคิด และการคิดนั้นจะแสดงออกให้ผู้อื่นทราบได้โดยการใช้ภาษา ภาษาที่แสดงความ เป็นเหตุเป็นผล ต้องมีกระบวนการแสดงหลักฐานยืนยันสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อการยอมรับหรือปฏิเสธ การแสดงหลักฐานยืนยันนี้ เรียกว่า การพิสูจน์ ซึ่งในทางตรรกศาสตร์มี ๒ วิธี คือ วิธีนิรนัย และวิธีอุปนัย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น